พล.ท. ดร. มณฑล เงินวัฒนา ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

Total Views : 184,064
Zoom In Zoom Out Read Later Print

พล.ท. ดร. มณฑล เงินวัฒนา เป็นข้าราชการพลเรือนที่นับถืออย่างสูง ข้อมูลประจำตัวของเขาที่ให้บริการอาณาจักรของเขาพูดอย่างมีคารมคมคายเพื่อตัวเขาเอง นอกจากนี้ พล.ท. ดร. มณฑล เงินวัฒนา เป็นเพื่อนของราชอาณาจักรโมร็อกโก โดยได้ทำงานใกล้ชิดกับโมร็อกโกในสหภาพแรงงานและในบอสเนีย เขาได้รับความเคารพและความรักจากโมร็อกโกเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เขาได้รับเชิญอย่างเป็นทางการพร้อมครอบครัวของเขาในฐานะบุคคลสำคัญพิเศษของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งโมร็อกโกให้เข้าร่วมงานฉลองบัลลังก์วันแห่งราชอาณาจักรโมร็อกโก ตลอดจนนายกรัฐมนตรีแห่งโมร็อกโกในปี 2019

ในฐานะผู้สมัครที่เคารพ พล.ท. ดร. มณฑล เงินวัฒนา โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมชาติอย่างสูง

และเพื่อนจากต่างประเทศเสนอแนวทางนโยบายที่น่าสนใจและมีแนวโน้มสำหรับการบริหารงานของ

กรุงเทพมหานคร.

1) เสนอกฎหมายขยายเขตกรุงเทพมหานครให้รวมถึงอาณาเขตของจังหวัดโดยรอบ เช่น

นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา

คือกรุงเทพฯจะทำให้พื้นที่เพิ่มขึ้นจาก 1,500 ตารางกิโลเมตรเป็น 13,000 ตารางกิโลเมตร (เทียบกับปักกิ่ง,

เมืองหลวงของจีน มีเนื้อที่ 17,000 ตารางกิโลเมตร ประชากร 20 ล้านคน ประชากรกับครัวเรือน

การจดทะเบียนจะเพิ่มขึ้นจาก 5.6 ล้านเป็น 12 ล้าน

2) สร้างเมืองใหม่เป็นศูนย์ราชการ (เหมือนปุตราจายาในประเทศมาเลเซีย) ที่ อ.ดอนตูม นครปฐม

พื้นที่ 170 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 100,000 ไร่) เพราะดอนตูมอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 6 เมตร น้ำเฉลี่ยมี

ไม่เคยน้ำท่วม ย้ายส่วนราชการจากกรุงเทพฯชั้นในไปยังเมืองใหม่ ที่ดินเดิมถูกยกให้

กรมธนารักษ์สำหรับสัญญาเช่าระยะยาวโดยภาคเอกชน แล้วนำเงินไปสร้างเมืองใหม่ กรุงเทพฯ

เดิมจะเป็นย่านการค้าและการท่องเที่ยวและเขตอนุรักษ์

3) สามารถควบคุมแม่น้ำได้ 4 สาย คือ แม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง ซึ่งสามารถบริหารจัดการน้ำได้

ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเพราะมีพื้นที่เพียงพอสำหรับสร้างแก้มลิง

ที่สำคัญสามารถวางแผนและดำเนินการก่อสร้างกำแพงทะเลที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากภาวะโลกร้อนได้ ดิ

น้ำแข็งขั้วโลกละลาย โดยที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะจมทะเลในอีก 20 ปีข้างหน้า ต้องเตรียมวันนี้ก่อน

สายไปแล้ว.

4) เมื่อพื้นที่เพิ่มขึ้นสามารถวางผังเมืองได้ง่ายขึ้นเพราะมีพื้นที่รองรับที่สามารถวาง

เครือข่ายสื่อสารเพื่อกระจายความเจริญอย่างเป็นระบบ ถึงตอนนี้ความเจริญก็ขยายออกไป แต่

บริการสาธารณะยังคง

ในพื้นที่จังหวัดและท้องถิ่นที่มีขนาดเล็ก เช่น อบต.

เทศบาลซึ่งรูปแบบไม่เหมาะกับการเป็นมหานคร ทำได้เพียงโครงการเล็กๆ เช่น กินรี

เสาไฟไม่สามารถทำโครงการขนาดใหญ่เช่นสร้างอุโมงค์ขนาดยักษ์ได้ จึงจำเป็นต้องขยายพื้นที่

กทม. นอกจากนี้ ข้าพเจ้าเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าราชบัณฑิตยสถานได้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษของกรุงเทพมหานครจาก

กทม.ถึงกรุงเทพมหานคร.

5) ให้คนไทยขึ้นรถครีมแดง (พัดลม) ฟรี เพราะคนที่มีรายได้ขั้นต่ำ 331

บาทต่อวันไม่สามารถขึ้นรถไฟได้เนื่องจากค่าโดยสารสูงต้องอดทนและเลือกผู้มีรายได้น้อยโดย

นำเงินที่กทม.จ่ายเป็นโบนัสให้ข้าราชการและ

พนักงานทุกปี เพื่อคืนความสุขให้ผู้มีรายได้น้อย เพราะกรุงเทพฯ ไม่ใช่องค์กรแสวงผลกำไรเพื่อ

หากไม่พอใช้เงินภาษีน้ำมันที่จ่ายให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

ในโครงการนี้

6) ให้รถจักรยานยนต์สามารถไต่สะพานลอย ทางลอด และอุโมงค์ได้เหมือนรถทั่วไป และจะจัดให้

เส้นทางให้มอเตอร์ไซค์สัญจรโดยเฉพาะ

7) จัดให้มีเมรุของกรุงเทพมหานครทั้งสี่มุมเมืองเพื่อให้ผู้นับถือศาสนาทุกศาสนา

สามารถใช้จัดการงานศพได้อย่างเท่าเทียม

8) ดูแลผู้ขายอาหารริมทางเพื่อให้พวกเขามีโอกาสทำการค้าและทำเงิน ปราศจาก

เสียเปรียบร้านสะดวกซื้อ


พล.ท. ดร. มณฑล เงินวัฒนา ได้กล่าวถ้อยคำแห่งปัญญาว่า


ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เชี่ยวชาญในทุกสิ่ง แต่จะนำปัญหาและความต้องการของประชาชนไปสู่

ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการศึกษาและอาจจ้างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมาศึกษา การตัดสินใจขึ้นอยู่กับ

ข้อมูลที่เพียงพอและสมเหตุสมผล ไม่มีเจตนาแอบแฝงแต่อย่างใด “ไปทำงานกันต่อเถอะ”

ประวัติ พล.ต.ท. ดร.มณฑล เงินวัฒนา ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 26


เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2500 เป็นบุตรชายของนายถนอม เงินวัฒนา (ตำบลคลองตันสุดท้าย)

ผู้ว่าราชการจังหวัด) และนางบุญสืบ เงินวัฒนา ที่บ้านเล็ก เลขที่ 130 ซอยสวัสดี ถ.สุขุมวิท คลองตัน

ต.พระโขนง จ.พระนครในขณะนั้น

การศึกษา เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตสาธิต มศว.ประสานมิตร ถึง ป.7

จากนั้นเขาก็สอบเข้าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและสำเร็จการศึกษาจนจบ

ม.5 เมื่อ พ.ศ. 2517 ต่อมาได้เข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 32 จนกระทั่งรับพระราชทานปริญญาบัตร

ประกาศนียบัตรและอนุปริญญา

รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (ตร.) ในปี 2522 และศึกษาต่อที่สถาบันพัฒนาแห่งชาติ

การบริหาร.

คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จนได้รับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการพัฒนา (รศ.

ยุติธรรมและบริหารสังคม คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2559

ทำงานเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศตำรวจ

รองสารวัตรจราจร ตร.พระโขนง

สถานี

สิบปีแรกทำงานภายใต้กองบัญชาการตำรวจนครบาล สิบปีที่สองดำรงตำแหน่งสารวัตร

ผกก. ในกองวิจัยและวางแผนสำนักงานแผนและงบประมาณ เป็นเวลาสิบปีที่สาม

ทำงานในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและมีโอกาสไปงานรักษาสันติภาพให้สหประชาชาติใน

บอสเนีย 1999-2000

สิบปีที่สี่รับราชการในหลากหลายตำแหน่ง ได้แก่ รอง ผบ.ตร. ๒ ผบ. ต่างประเทศ

กองกิจการ ผู้บัญชาการสถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศด้านการบังคับใช้กฎหมาย (ILEA) รอง

ผบ.ทบ. , รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดชายแดนภาคใต้

ศูนย์ปฏิบัติการและเกษียณอายุเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. วันที่ 30 กันยายน 2560

See More

Latest Photos